2007/Aug/13

จริงๆแล้วเดือนนี้เป็นเดือนที่ยุ่งมากเหมือนกันเดือนนึง

ที่จริงต้องกลับบ้าน แต่เรื่องนี้ต้องขอขยายที่หลัง

ว่ากันมาถึงเรื่องความยุ่งของเดือนนี้

ช่วงต้นเดือนเพิ่งไปลงทะเบียนเรียนมา

สรุปว่าการลงเรียนกันเหนียวนี่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด

ก็ต้องตั้งใจกันเหนียวเหมือนกัน

เพราะเดี๋ยวมันจะเหนียวไปซะหมดทุกทาง

บางทีรุ้สึกว่า ทุกอย่างนชีวิต

มันก็สำเร็ตอย่างที่ตั้งใจเหมือนกันนะ

แต่ว่าจะสำเร็จด้วยความฉิวเฉียด วินาทีสุดท้ายทุกที

หรือบางทีก็ต้องใช้ความพยายามและสมองเอามากๆ

ซึ่งบางทีส่งผลให้ไม่ได้เลยเป็นต้น

ที่บอกว่ายุ่งอีกอย่าง มันไม่ใช่กำหนดการตายตัว

มันคือการหาชุดไปงานแต่งงาน

ซึ่งด้วยความที่โรงแรมที่จะจัดงานนั้น

พี่สาวก็ดันเคยทำงานแล้วรู้ว่า

ห้องที่จะจดงานเป็นยังไง ส่งผลให้พี่สาวค่อนข้างเกรง

เลือกชุดที่ต้องค่อนข้างเข้ากับสถานที่

เราคิดว่าโอเค ชุดที่ดูดี มีสกุลหน่อยก็คงได้

แต่ชุดที่ถูกใจดันเป็นสิฟ้า พี่สาวบอกว่า ไม่เข้ากับสถานที่

= ='' ก็ว่ากันไป..

สรุปเลยต้องหาใหม่ และหาไม่ได้ซักที

แล้วก็อ่านหนังสือทุกวัน.. เหนื่อยอ่านเหมือนกัน

เพราะเป็นสังคมแล้วมีศาสนาและอื่นๆๆๆๆๆ ที่มันต้องจำ

แต่เกซปลาทองเสมอโล้ย~ T^T~

ปลายเดือนต้องย้ายบ้าน

ต้องเก็บของ ของพี่สาว ( ซึ่งน้อยซะที่ไหน )

แล้วต้องเตรียมย้าย

เฮ้อ... เดือนนี้แต่ละอย่าง ทำไมมันเหนื่อยๆ และรุสึกไม่ว่างอย่างแรงๆ

และส่วนใหญ่จะเป้ฯเหนื่อยใจนะ

ไม่ได้เคยเหนื่อยกายเลย แต่จิตใจทันส่งผลสุดๆ

มาถึงเรือ่งที่เดือนนี้ยังไม่ได้กลับบ้าน ( บ้านที่ตลิ่งชัน )

ตอนแรกต้องกลับ เก็บของอยู่หลายที

เตรียมการใหคนโน้นคนนนี้โทรมาคุยเล่นแก้เหงา

เพราะที่บ้านไม่มีเนต

แต่ว่าก็ไม่ได้กลับเพราะพี่สาวบอกให้อยู่ที่อพาร์ทเม้นนี้แหล่ะ

ก็อ่ะ โอเค ไหนๆก็ต้องช่วยย้ายของจากอพาร์ทเม้นไคอนโดอยู่แล้ว

คือเรื่องที่ทำให้เหนื่อยใจอีกอย่างก็คือ

เกซไม่อยากมานั่งพูด

มันก็จะดูเหมือนมาแก้ตัว หรือสร้างภาพ หรืออื่นๆ

ซึ่งมันไม่ได้จำเป็นค่ะ เกซไม่ได้เป็นนางงาม

ไม่ต้องรักษาภาพพจ

แต่ที่ไม่ได้กลับ ก็คือไม่ได้กลับเพราะพี่บอกให้อยู่ต่อ

ก็เลยมีเนตเล่น

อีกอย่าง เกซไม่เคยพูดกับใครไม่ดีก่อน

เวลาใครมาพูดไม่ดีด้วย เกซเสียใจนะคะ

ไม่ได้มาผู้ดีอะไร แต่ว่าก็ไม่ได้อยากทำไม่ดี

:: ใครดีจงดีตอบ แม้นใครชอบจงตอบแทน ::
:: ใครร้ายจงร้ายแสน ให้เหมือนแม้นที่ทำมา ::

เกซไม่อยากร้ายใส่ใครค่ะ

แต่ถ้ามันจำเป็น เกซก็มีระบบป้องกันของเกซเหมือนกันค่ะ

ไม่ได้ชอบแรง เพราะเป็นคนไม่แรง

และไม่ชอบสร้างภาพ แต่ไม่เคยหยาบคาย

ทุกอย่างอยู่ที่ใจค่ะ จบ..

อ่านหนังสือเยอะเหนื่อย

นอนเยอะเหนื่อย

คนเยอะเหนื่อย

เรือ่งเยอะเหนื่อย

บ่นเยอะ เหนื่อยอิกแล้ะ

ไม่บ่นดีกว่า วิ้วววววววว ^^~

วันนี้ได้คุยก่ะพี่ม้อดแปปนึง ดีใจจัง

อยากเปลี่ยน บีจี กับเฮดใหม่ แต่คิเกียดอิกแหล่ะ

เหนื่อย ( ว่าจะมิพูดแล้วเชียว หุหุ )

หิวมือสั่น ( ใครเคยเป็นม้ะคะ )

มือสั่นจิงๆนะ = ='' แต่นึกไม่ออกว่าจะกินไรดี

2007/Jul/19

รู้สึกแย่ๆ

ช่วงชีวิตที่เคยผ่านมามีความสุข

และพยายามคิดว่า

เราจะเก็บและจดจำความสุขเหล่านั้น

เอาไว้ให้ดีอยู่ในใจ

เพื่อเมื่อถึงวันที่เราเจ็บ

ท้อ ทุกข์ ทน กับชีวิต

เราจะนำมันมาใช้..

วันนี้ วันที่เราเหนื่ยกับชีวิต

วันที่เรารู้สึกสับสน และเศร้าแปลกๆ

เราเปิดกล่องในใจด้วยความหวัง

ใช้มือสองข้างควานหา

พยายามและหวังว่าจะเจออะไร

แต่บัดนี้.. ในกล่องนั้น ก็ว่างเปล่า..

หันไปมองทางไหน..

ก็เหมือนจะเจอแต่อากาศ..

เราพยายามหันไปมองคนใกล้ๆ

พยายามจะหาอะไรที่จะทำให้เราดีขึ้นได้

แต่ไม่ว่าจะใคร..

ก็คงจะเป็นที่พึ่งให้เราตลอดไม่ได้

เราเข้าใจนะว่า

คนเราต่างมีชีวิตเป็นของตน

มีปัญหาที่จะต้องแก้ และทำเหมือนๆกัน

เราสิ.. ปัญหาน้อยกว่าคนอื่นเค้าอีก

แค่ต้องการมั้ง..

เรามันลูกคนเล็ก ที่อยู่ด้วยตัวเองมาตลอด

พ่อไม่อยู่ แม่ไม่ว่าง พี่ไปเรียน

เราก็ต้องอยู่

โดนเพื่อนแกล้งที่โรงเรียน

เราก็ต้องโต เราคงไม่ต่อสู้อะไรไม่ได้

แต่ก็ทำได้แค่ แกอย่ามาแกล้งฉันอีก

จะบอกว่าเรียกร้องความสนใจก็ไม่ว่า

เราอาจจะเป้นอย่างนั้นจริงๆก็ได้

เพราะพอเราต้องการใคร และมันมี

เราก็อยากที่จะมีแบบนั้นต่อไป..

แต่ก็ไม่ค่อยอยากพึ่งคนอื่นมากเท่าไหร่

กลัวจะเป็นตัวถ่วงของคนอื่น

หรือไม่ ก็ไม่อยากให้ใครเอาเรือ่งเรามาเครียดอีก

เราไม่อยากให้คนอื่น ต้องมาลำบากเพราะเรา

เราเองก็อยากทำชีวิตให้ดี

อยากที่จะไม่ต้องพึ่งใคร

เราพยายามอยู่เหมือนกัน

บางทีก็อยากร้องไห้

แต่ก็ร้องไม่ได้ และก็ไม่ได้ร้องออกมา

เพราะไม่อยากให้พี่เห็นว่าเราอ่อนแอขนาดไหน..

ตอนแม่เสีย เราร้องไห้แทบเป็นแทบตาย

พี่พูดว่า อะไร แกหน่ะ เก่งมาได้ตั้งนานไม่ใช่หรอ

ทำไมเรื่องแค่นี้แกต้องเป็นขนาดนี้ด้วย

อืม..

ก็เลยไม่อยากห้พี่เห็นว่าเราอ่อนแออีก

เพราะบางเรื่องมันเป็นอะไรที่ไร้สาระ

แต่เราก็เป็นบุคคลอารมณ์อ่อนแอเสมอ

เบื่อตัวเองเหมือนกัน

ที่เป็นคนมีภาวะทางอารมณ์แบบนี้

กลับบ้านไปก็จะมีแต่คอมเหี่ยวๆ

ที่ไม่มีเนต..

กลัวฟุ้งซ่านนะ ไม่รู้จะทำไรดี

แต่คิดไปอีกด้าน มันก็ดีเหมือนกันนะ

จะได้ร้องไห้ได้โดยที่ไม่ต้องแคร์

ว่าจะมีใครเห้นแล้วคิดว่าเราอ่อนแอ

ไม่อยากให้พี่เห็นว่าอ่อนแอ

ไม่อยากให้ใครลำบาก เพราะเรา

ไม่ชอบเลย..

u walk.. u learn..

u laugh.. u learn..

u cry.. u learn..

u love.. u learn..

u live..u learn..

Live & Learn


edit @ 2007/07/19 19:26:41

2007/Jul/15

ไปเดอะมอลล์กันหมดเลยนะ

เกซจะหนีไปปราณบ้าง

งอนๆ

คอนเสิร์ต LOVE AT THE MOVIES บรรเลง บทเพลงรักจากภาพยนตร์แห่งทศวรรษ

คอนเสิร์ต ป๊อป-ออเครสตร้า ครั้งแรกของเมืองไทย ที่รวบรวมบทเพลงรักสุดอมตะที่ครองใจผู้ชมทั่วโลก นำมาเรียงร้อยและขับขานผสมผสาน กับภาพความทรงจำบนแผ่นฟิล์มบรรเลงโดย Bangkok Symphony Orchestra (BSO) ร่วมด้วยเสน่ห์แห่งเสียงทรงพลังจากศิลปินรับเชิญระดับนักร้องคุณภาพของเมืองไทย

LOVE AT THE MOVIES (เลิฟ แอท เดอะ มูฟวีส์) เกิดจากแนวความคิดที่ว่า ปัจจุบันความทรงจำของภาพยนตร์ที่ให้ความบันเทิง ซึ่งมีทั้งมนต์สะกดจาก ภาพ แสง สี เสียง รวมไปจนถึงบทเพลงรักต่างๆ ที่สร้างความประทับใจนั้น มันกำลังลดน้อยลงไปทุกที ซึ่งเรามีความมั่นใจว่าการดูหนังในโรงภาพยนตร์คือสิ่งที่ดีที่สุด บรรยากาศ ความรู้สึก ความประทับใจ มันย่อมมีมากมายกว่ากันแน่นอน จากความคิดดังกล่าว...เราจึงถือโอกาสหากิจกรรมส่งเสริมการดูภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์

โดยใช้แนวคิดที่เพลงสร้างความประทับใจและอรรถรสในการชมภาพยนตร์ จึงเกิดงานคอนเสิร์ตเพลงรักจากภาพยนตร์ขึ้นมา เพื่อเป็นกิจกรรมเสริมสิทธิพิเศษสำหรับการเข้าฉายภาพยนตร์ แอนิเมชั่นคุณภาพเรื่องล่าสุดของ ดิสนีย์-พิกซ่าร์ RATATOUILLE พ่อครัวตัวจี๊ดหัวใจคับโลก ที่จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 26 ก.ค.นี้ อาจกล่าวง่ายๆ ว่าคือการเพิ่มมูลค่าให้กับตั๋วชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ด้วยสิทธิพิเศษในการได้ชมคอนเสิร์ตดังกล่าว

สำหรับความพิเศษของคอนเสิร์ต Love at the Movies คือ บทเพลงรักที่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำจากภาพยนตร์ระดับบล็อคบัสเตอร์ ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี เช่น How Do I live (จาก Pearl Harbor), Before I Fall In Love (จาก Runaway Bride), Endless Love (จาก Endless Love), Can You Feel the Love Tonight (จาก Lion King),

A Whole New World (จาก Aladdin) และอีกมากมาย สำหรับผู้ที่มาจะมาขับร้องบทเพลงดังกล่าว เราได้รับเกียรติจากศิลปินระดับคุณภาพของเมืองไทยมาถ่ายทอดบทเพลงต่างๆ เหล่านี้ด้วย และที่สำคัญเรื่องการเตรียมงานโปรดักชั่นคอนเสิร์ต เราได้ทีมมืออาชีพมาดูแลในเรื่องดังกล่าวให้ด้วย และที่พิเศษสุดก็คือคอนเสิร์ตนี้ไม่สามารถหาซื้อบัตรได้จากที่ไหน เพราะคอนเสิร์ตนี้เกิดขึ้นเพื่อ ผู้ที่เป็นคอหนังที่ชื่นชอบภาพยนตร์คุณภาพของดิสนีย์ ซึ่งคนที่ชมภาพยนตร์ แรท-ทา-ทู-อี้ เท่านั้น ถึงจะได้มีสิทธิ์ได้ลุ้นรับบัตรชมคอนเสิร์ต 1,000 ที่นั่ง...ฟรี

และสำหรับใครที่ไม่ต้องการรอและลุ้น อีก 1,000 ที่นั่ง คุณสามารถที่จะซื้อบัตรคอนเสิร์ตได้ แต่คุณก็ต้องมีตั๋วหนังเรื่องนี้ก่อนเช่นกัน โดยบัตรจำหน่ายจะสามารถเลือกที่นั่งได้ในราคา 1,000 และ 500 บาท ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขาตั้งแต่ 26 ก.ค.นี้ คอนเสิร์ตนี้นอกจากจะเป็นสิทธิพิเศษสำหรับผู้ชมภาพยนตร์แอนิเมชั่น RATATOUILLE แล้ว ก็ยังถือเป็นคอนเสิร์ต เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวของ ดิสนีย์และพิกซ่าร์ ด้วยอีกโอกาสหนึ่งค่ะ

ไปดูแฮร์รี่มา

ดูไปก็เหมือนดูเป็นแบบแผนไปแล้ว

อ่านหนังสือ ยังไงก็ต้องดู

เพราะสร้างจินตนาการให้เห็นภาพชัดเจนอีกระดับ

เราได้ข้าวมาว่าเจเคจะเขียนเล่มแปด

ไม่อ่านแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้น

คนที่เคยชอบแฮร์รี่ตั้งแต่เด็ก

ชอบยังไง ก็ยังชอบอย่างนั้น

ฉันเคยจิตตนาการกับเล่มแรกยังไง

ฉันก็ยังจินตนาการกับเล่มใหม่ๆอย่างนั้น

ในเมื่อคนอื่นซื้อสัตย์กับแฮร์รี่

แต่เจเคกลับทำลายพวกเค้าเหล่านั้นหรือ ?

เจเค แค่เคยเป็นคนที่เขียนนวนิยายแฮร์รี่พอตเตอร์ รึเปล่า

ใครจะคิดเห็นยังไง ก็คิดไป

แต่เรารู้สึกว่า เจเคลืมจุดยืนของตัวเองเกินไปหน่อย

จริงอยู่ว่าเค้าคือคนที่คิด และเขียนแฮร์รี่ขึ้นมา

แต่กาทำงายจิตใจของเด็กคนนึงด้วยการ ฆ่าคนนั้น

ทำลายคนนี้.. เหตุการณ์รุนแรงต่างๆ

มันทำร้ายจิตใจคนอย่างเรามากเกินไป

ฉากในเล่ม หก ที่ดัมเบิลดอร์อ่อนกำลัง

เราจินตนาการได้ตามนั้นอย่างลื่นไหล

และสึกแย่มากไปพร้อมกัน

ทำไมต้องเอาแฮร์รี่มาขายเป็นสินค้า

ที่เคยบอกว่าเป็นงานศิลป์ชั้นยอด

ชื่อ วรรณกรรมเยาชน แฮรร์รี่ พอตเตอร์

วันนี้มันไม่ใช่แล้ว

แฮร์รี่ ก็เป็นแค่ นวนิยาย แฮร์รี่ พอตเตอร์

ที่เป็นเพียงสินค้า..

เราโกรธเจเคมากๆเลยที่ทำร้ายจิตใจเรา

ลองคิดดูว่าถ้าเป็นเด็กๆ ที่พ่อแม่เค้าให้ลูกอ่าน

เด็กๆตัวน้อยไร้เดียงสา มีแฮร์รี่อยู่ในใจ

เค้ารักและอยากจะจินตนาการต่อไป

แต่เจเคกลับทำให้จินตนาการที่งดงามของเด็กๆ

หยุดอยุ่การฆาตรกรรม ความขมขื่น เพราะเงินและสินค้านหรือ ?

เจเคลืมจุดยืนของตัวเอง

เจเคลืมจิตใจเด็กๆ

เจเคทำให้แฮร์รี่เป็นเพียงสินค้า

ที่เขียนหนังสือออกมาเพื่อเอื้ออำนวยต่อการทำหนัง

จิตวิญญาณที่หายไป

มันปรากฏตั้งแต่เล่มสี่แล้ว


edit @ 2007/07/15 12:21:01